ยินดีต้อนรับสู่ "บทเรียนเข้าครัวกับริตจัง" จ้า    (ริตจังอะไรกัน...มันจะเข้ามั้ยเนี่ย..)

ไหนๆก็ไหนๆ มีผู้เรียกร้องมาให้ลงวิธีทำ(ของอะไรสักอย่าง)  ข้าน้อยก็ยินดีสนอง  ขอเริ่มประเดิมเมนูแรกเป็นเมนูประจำที่ทำง้ายง่ายและผูกใจเพื่อนๆที่ได้กินได้อย่างอยู่หมัด  เค้กกล้วยหอม หรือ banana cake นั่นเอง  จริงๆชื่อเต็มของมันคือ banana yogurt cake แต่ข้าน้อยเรียกเอาง่ายๆว่า เค้กกล้วยหอม

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวถึงที่มาของสูตรสักนิดเพื่อให้เกียรติเจ้าของสูตร  สูตรที่ทำนี้เริ่มมาจากหนังสือสอนทำขนมชื่อว่า may made:volume1 ::cake book ของสำนักพิมพ์ prima living  ค่อนข้างเข้าใจง่ายดีทีเดียว  และมีสูตรขนมน่ากินอยู่มากมาย

 

ต้องยอมรับว่าสูตรขนมของเธอผู้นี้รสเข้มถึงใจถูกใจคนกินเพราะใส่เครื่องแบบเต็มที่อย่างทำกินเองที่บ้านไม่ต้องห่วงงบประมาณ  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เพื่อนๆจะติดใจ  เพราะเค้กกล้วยหอมสูตรนี้ก็ใส่กล้วยหอมแท้ๆไปโดยไม่มีการใส่กลิ่นเพิ่มถึง2-3ลูกทีเดียว  เลยมีรสและกลิ่นกล้วยหอมอบอวลน่ากินเป็นที่สุด  เอาล่ะ เริ่มสาธยายล่ะนะ  เอาตามสูตรก่อน  ในวงเล็บคือส่วนที่ข้าน้อยขอแจม

ส่วนผสม(จะให้ดีควรมีอุปกรณ์ชั่งและตวงเพื่อความแน่นอน  และส่วนผสมควรมีอุณหภูมิเท่าอุณหภูมิห้อง)

แป้งสาลี 150 กรัม

ผงฟู 1/2 ช้อนชา

เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา  (มันคือโซเดียมไบคาร์บอเนตหรือโซดาไฟนั่นเอง  ใช้ช่วยทำให้ฟู  ถ้าใส่เยอะเกินรสเค้กจะเฝื่อนๆนะ)

เกลือ 1/2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 160 กรัม

เนย 90 กรัม (ถ้ากลัวมันเกินลดเหลือ 80 ก็ได้)

กล้วยสุกมาก 2 ลูก  (อาจพิจารณาใส่เพิ่มได้ไม่เกินหนึ่งลูกถ้ากล้วยลูกเล็ก  เพราะถ้าเยอะไปจะทำให้เค้กไม่ฟู)

ไข่ 2 ฟอง

โยเกิร์ต 50 กรัม

วิธีทำ

1. ตั้งเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส(ในกรณีที่ต้องใช้เวลากว่าเตาจะร้อนพอ  คาดว่าเตาปิ้งขนมปังก็น่าจะอุณหภูมิประมาณนี้) เตรียมพิมพ์เค้กปอนด์ขนาด 9x3 นิ้ว ทาเนยพิมพ์ให้ทั่ว(ด้านในพิมพ์นะ)

2. ทิ้งเนยให้อ่อนตัวในอุณหภูมิห้อง  และบดกล้วยให้เละ(ใช้ส้อมบี้ๆเอาในถ้วย) เตรียมไว้

3. ร่อนแป้งสาลี ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือใส่ชาม  ใส่น้ำตาลทรายลงไป ผสมให้เข้ากัน(จะเอาตะกร้อกวนๆเอาในโถผสมก็ได้แต่ถ้าร่อนแป้งได้ด้วยจะดีมาก มันจะได้เข้ากัน...นี่คือชามแห้งนะ)

4. ตอกไข่ใส่ลงไปทั้งสองฟอง(แน่นอนว่าไม่เอาเปลือก)  ตามด้วยโยเกิร์ต และกล้วยบด  ตีให้เข้ากัน

5. ใส่เนยที่อ่อนตัวแล้วตามลงไป  ตีให้เข้ากัน  หรือจะใช้มาร์การีนแทนก็ได้

6. เทส่วนผสมใส่พิมพ์  นำเข้าเตาอบประมาณ 30 นาที หรือจนเค้กสุก(หน้าเค้กแตกก็ไม่ต้องตกใจไป เป็นเรื่องปกติ)

7. นำออกจากเตาอบ ทิ้งไว้ให้เย็นสักพัก  คว่ำออกจากพิมพ์  รอให้เย็นสนิทก่อนตัดเป็นชิ้น  จะอร่อยกว่าถ้าเก็บไว้ข้ามคืน(ตากอากาศไว้สักคืนนึง)

ถ้าทำตามสูตรนี้ได้รับรองต้องได้เค้กอร่อยๆไม่พลาดแน่นอน  ทำได้ง่ายมากๆเลย

 

ในกรณีที่ข้าน้อยทำนี่... ตอนแรกๆก็ตามสูตรนะ  แต่ตอนหลังมีแปลงนิดหน่อย ลดเนยมั่ง ใส่น้ำมันแทนเนยมั่ง(แต่ต้องลดลง10กรัม)  เอาเนยมาตีกับน้ำตาลให้ฟูก่อนแล้วค่อยเอาส่วนผสมอย่างอื่นใส่ลงไปผสมก็มี(เพราะฟองเนยช่วยให้เค้กฟูได้)  หรือที่ใส่กล้วยเพิ่มเยอะเกินจนเค้กแฟบไม่ยอมฟูไปก็มี

*เรื่องเตาอบนี่ของที่บ้านข้าน้อยเป็นแบบอบได้สารพัดตั้งเวลาได้  แต่ยังไม่เคยลองอบด้วยไมโครเวฟหรือเตาปิ้งขนมปังเลย  ไว้คราวหลังจะลองทดลองดูแล้วจะมารายงานผลจ้า  ส่วนเรื่องพิมพ์เค้กนี่เราชอบพิมพ์ที่แบนหน่อยไม่ก็ทำเป็นคัพเค้กมากกว่าเพราะตอนทำใส่พิมพ์เค้กปอนด์(ที่ดูเหลี่ยมๆเหมือนขนมปังปอนด์น่ะ)เป็นครั้งแรกเกิดพลาดตรงกลางไม่สุกดีเลยเข็ดแต่นั้นมา

จบสูตรขนมสูตรที่หนึ่งจ้า  ลองทำแล้วได้ผลยังไงก็มาบอกกันบ้างนะ(ที่ไม่ได้ใส่รูปนี่ก็เพราะตอนเขียนที่ไม่ได้ทำอยู่น่ะ  แต่สูตรนี้ง่าย คงไม่ต้องใช้รูปประกอบหรอกเนอะ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

> 3<) ไม่ทำ แต่รอคนทำมาให้กิน

#1 By IgNiTeD on 2009-01-06 21:22

กี๊สสสสสสสสสส

ชอบกิน + +"


Hot! Hot!

Thanks you so

#2 By เคซี-ยอรค์ on 2009-01-06 22:01

#3 By T4tZl_lK1 on 2009-01-06 22:23

Hot! Hot! Hot!

#4 By T4tZl_lK1 on 2009-01-06 22:23

ขอบคุณครับ big smile

#5 By น้ำหอม (118.172.35.113) on 2009-01-25 18:20