my adj.(ญี่ปุ่น) / มิตรภาพที่คาดไม่ถึง
posted on 21 Nov 2009 22:59 by fluffyfox in Miscellanyครั้งนี้เป็นรูปแบบการใช้ภาษาแบบสาวรับใช้เจ้าค่ะ กรุณาปรับการรับรู้ก่อนเริ่มอ่านนะเจ้าคะ
ส่วนแรกคนที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นอาจไม่เข้าใจนะเจ้าคะ (เนื่องด้วยขณะนี้ผู้เขียนก็ขี้เกียจแปล) ขออภัยท่านผู้อ่านที่ไม่สันทัดภาษาญี่ปุ่นด้วยเจ้าค่ะ แม้จะคาดว่าคงมีไม่มากก็ตาม
วันก่อนนู้น (หลายวันก่อน) หลงไปมาจนเจอลิงค์เว็บทำนายในบล็อกของใครบางคนในเอ็กซ์ทีนเข้า..ก็เลยตามไปด้วยความนึกสนุก เพราะตอนแรกจะไปลองทำดูซิว่าเราจะเหมาะกับผู้ชายสายไหน สายกินเนื้อหรือกินพืช
...ผลก็คือ...
...ผู้ชายสายกินเนื้อแบบสิงโต (ライオンタイプ肉食系男性)...
เจ้าค่ะ... ตกลงว่าดิฉันเป็นสาวสายกินพืชโดยสมบูรณ์เลยสินะเจ้าคะ ("-_-)
แล้วก็จิ้มๆ เล่นไปๆ มาๆ และหนึ่งในนั้นก็มีหัวข้อ my adjective อยู่ด้วย
และผลที่ได้ก็คือ...
จริงหรือนี่...ภาพลักษณ์ที่คนอื่นมองดิฉันเป็นแบบนี้หรือเจ้าคะ ไม่จริงกระมัง
powerful น่ะรึ ! หญิงแกร่งที่ลุยไปข้างหน้าน่ะรึ ! ไม่จริงน่า ! \(O[]O)/
(ยังอ่านเข้าใจไม่หมดหรอกเจ้าค่ะ เพราะยังไม่ได้เปิดพจนานุกรมดู แต่ก็เข้าใจเป็นส่วนใหญ่)
เพื่อนๆเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ?
เรื่องที่สอง...
เรื่องของหลายวันก่อนอีกเช่นเคย (แต่ไม่ใช่วันเดียวกับเรื่องด้านบน)
มีวันหนึ่ง... มีเหตุให้ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้านเองเพราะท่านแม่ไม่ว่างมารับ นับเป็นการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างเองครั้งแรกในชีวิตอันแสนจะอ่อนต่อโลกของดิฉัน
ด้วยความที่เคยแต่เป็นคนขี่จักรยาน แทบไม่เคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานเลยจึงรู้สึกกังวล อย่าว่าแต่แบบนั่งคร่อมที่นั่งสบายๆ เลย แล้วคราวนี้ยังจะต้องนั่งซ้อนแบบหันข้างเพราะใส่กระโปรงอยู่อีก จะไปได้ตลอดรอดฝั่งไหมนี่
เพราะความกังวลอันเกินเหตุนั้นก็เลยทำให้ยืนเหม่อจ้องวินมอร์เตอร์ไซค์ตรงหน้าปากซอยจากบนชานชาลาบีทีเอสอยู่เป็นนานสองนานจนคุณน้า ร.ป.ภ. ที่เดินเฝ้าอยู่บนชานชาลาผิดสังเกตเลยเดินมาถามว่าเป็นอะไร รอใครอยู่รึเปล่า จนเมื่อแน่ใจว่าดิฉันไม่เป็นไรจึงกลับไปเดินดูชานชาลาต่อ
หลังจากตัดสินใจได้ในที่สุดแล้วดิฉันก็เดินลงจากสถานี แต่ก็ไปยืนเก้ๆ กังๆ อยู่อีกหลายนาทีกว่าจะบังคับใจตัวเองให้เดินไปหาวินมอเตอร์ไซค์ได้
โชคดีที่ดิฉันได้คุณลุงใจดีเป็นคนขับให้ พอรู้ว่าดิฉันไม่คุ้นกับการซ้อนมอเตอร์ก็ขับไปช้าๆ ตามที่ขอ และบอกให้นั่งสบายๆ อย่าเกร็ง (เพราะตอนออกรถดิฉันเกร็งมากเสียจนทำเอารถเซไปเลยทีเดียว) ทั้งยังชวนคุยให้ดิฉันหายเกร็งด้วย จนในที่สุดดิฉันก็ถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ
หลายวันหลังจากนั้น...
วันหนึ่ง..ขณะที่ดิฉันยืนทิ้งเวลารอท่านแม่หลังโทรศัพท์บอกเรียบร้อย คุณน้า ร.ป.ภ. ก็เดินมาถาม "รอแม่อยู่เหรอ"
และวันต่อมา...คุณลุงที่วินมอเตอร์ไซค์ที่ขับไปส่งฉันเมื่อวันนั้นซึ่งยืนรอลูกค้าอยู่ที่หน้าปากซอยก็ถามด้วยประโยคเดียวกัน
ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะจำดิฉันได้จากผู้คนจำนวนมากมายที่เดินผ่านไปมาทุกวัน... ทั้งที่ดิฉันนึกว่าคงไม่ค่อยมีคนจำได้แท้ๆ เพราะดิฉันมักจะอยู่เงียบๆ ไม่เป็นจุดเด่น
แต่ก็นั่นแหละเจ้าค่ะ... จะมีสักกี่คนกันที่จะยืนรอเวลาอยู่เงียบๆ ในบริเวณที่ผู้คนมักจะเดินผ่านไปอย่างอย่างรวดเร็วเช่นบนชานชาลากับหน้าปากซอย พวกเขาคงจะสังเกตเห็นดิฉันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว และคงได้โอกาสเข้ามาพูดด้วยเป็นครั้งแรกเมื่อวันนั้นนั่นเอง
แม้จะเป็นคำทักทายเพียงสั้นๆ แต่มันก็ทำให้ดิฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้น ว่าอย่างน้อยก็มีคนที่จำดิฉันได้ รู้ว่าดิฉันมายืนรอท่านแม่อยู่ที่นี่ และคงจะช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลให้ดิฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้บ้าง
เฮ้ออ เปลี่ยนรูปแบบภาษามาเป็นแบบนี้ไม่ค่อยคุ้นเลยแฮะ แต่ก็แปลกดีไปอีกแบบ
ป.ล. พูดถึงสาวรับใช้แล้วคิดถึง วิลเฮลมินา คาร์เมล ในเรื่อง Shakugan no Shana แฮะ แต่งชุดสาวรับใช้ด้วย...
