Miscellany

ครั้งนี้เป็นรูปแบบการใช้ภาษาแบบสาวรับใช้เจ้าค่ะ  กรุณาปรับการรับรู้ก่อนเริ่มอ่านนะเจ้าคะ

 

 

 

ส่วนแรกคนที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นอาจไม่เข้าใจนะเจ้าคะ  (เนื่องด้วยขณะนี้ผู้เขียนก็ขี้เกียจแปล)  ขออภัยท่านผู้อ่านที่ไม่สันทัดภาษาญี่ปุ่นด้วยเจ้าค่ะ  แม้จะคาดว่าคงมีไม่มากก็ตาม

 

วันก่อนนู้น (หลายวันก่อน) หลงไปมาจนเจอลิงค์เว็บทำนายในบล็อกของใครบางคนในเอ็กซ์ทีนเข้า..ก็เลยตามไปด้วยความนึกสนุก  เพราะตอนแรกจะไปลองทำดูซิว่าเราจะเหมาะกับผู้ชายสายไหน  สายกินเนื้อหรือกินพืช

 

...ผลก็คือ...

...ผู้ชายสายกินเนื้อแบบสิงโต (ライオンタイプ肉食系男性)...

 

เจ้าค่ะ... ตกลงว่าดิฉันเป็นสาวสายกินพืชโดยสมบูรณ์เลยสินะเจ้าคะ ("-_-)

 

แล้วก็จิ้มๆ เล่นไปๆ มาๆ  และหนึ่งในนั้นก็มีหัวข้อ my adjective อยู่ด้วย

และผลที่ได้ก็คือ...

จริงหรือนี่...ภาพลักษณ์ที่คนอื่นมองดิฉันเป็นแบบนี้หรือเจ้าคะ  ไม่จริงกระมัง

powerful น่ะรึ !  หญิงแกร่งที่ลุยไปข้างหน้าน่ะรึ !  ไม่จริงน่า !  \(O[]O)/

(ยังอ่านเข้าใจไม่หมดหรอกเจ้าค่ะ  เพราะยังไม่ได้เปิดพจนานุกรมดู  แต่ก็เข้าใจเป็นส่วนใหญ่)

 

เพื่อนๆเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ?

 

 

 

เรื่องที่สอง...

เรื่องของหลายวันก่อนอีกเช่นเคย  (แต่ไม่ใช่วันเดียวกับเรื่องด้านบน)

 

มีวันหนึ่ง... มีเหตุให้ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้านเองเพราะท่านแม่ไม่ว่างมารับ  นับเป็นการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างเองครั้งแรกในชีวิตอันแสนจะอ่อนต่อโลกของดิฉัน 

 

ด้วยความที่เคยแต่เป็นคนขี่จักรยาน  แทบไม่เคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานเลยจึงรู้สึกกังวล  อย่าว่าแต่แบบนั่งคร่อมที่นั่งสบายๆ เลย  แล้วคราวนี้ยังจะต้องนั่งซ้อนแบบหันข้างเพราะใส่กระโปรงอยู่อีก  จะไปได้ตลอดรอดฝั่งไหมนี่ 

เพราะความกังวลอันเกินเหตุนั้นก็เลยทำให้ยืนเหม่อจ้องวินมอร์เตอร์ไซค์ตรงหน้าปากซอยจากบนชานชาลาบีทีเอสอยู่เป็นนานสองนานจนคุณน้า ร.ป.ภ. ที่เดินเฝ้าอยู่บนชานชาลาผิดสังเกตเลยเดินมาถามว่าเป็นอะไร  รอใครอยู่รึเปล่า  จนเมื่อแน่ใจว่าดิฉันไม่เป็นไรจึงกลับไปเดินดูชานชาลาต่อ

หลังจากตัดสินใจได้ในที่สุดแล้วดิฉันก็เดินลงจากสถานี  แต่ก็ไปยืนเก้ๆ กังๆ อยู่อีกหลายนาทีกว่าจะบังคับใจตัวเองให้เดินไปหาวินมอเตอร์ไซค์ได้

โชคดีที่ดิฉันได้คุณลุงใจดีเป็นคนขับให้  พอรู้ว่าดิฉันไม่คุ้นกับการซ้อนมอเตอร์ก็ขับไปช้าๆ ตามที่ขอ  และบอกให้นั่งสบายๆ  อย่าเกร็ง (เพราะตอนออกรถดิฉันเกร็งมากเสียจนทำเอารถเซไปเลยทีเดียว) ทั้งยังชวนคุยให้ดิฉันหายเกร็งด้วย  จนในที่สุดดิฉันก็ถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

 

หลายวันหลังจากนั้น... 

วันหนึ่ง..ขณะที่ดิฉันยืนทิ้งเวลารอท่านแม่หลังโทรศัพท์บอกเรียบร้อย  คุณน้า ร.ป.ภ. ก็เดินมาถาม "รอแม่อยู่เหรอ"

และวันต่อมา...คุณลุงที่วินมอเตอร์ไซค์ที่ขับไปส่งฉันเมื่อวันนั้นซึ่งยืนรอลูกค้าอยู่ที่หน้าปากซอยก็ถามด้วยประโยคเดียวกัน

 

ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะจำดิฉันได้จากผู้คนจำนวนมากมายที่เดินผ่านไปมาทุกวัน... ทั้งที่ดิฉันนึกว่าคงไม่ค่อยมีคนจำได้แท้ๆ  เพราะดิฉันมักจะอยู่เงียบๆ ไม่เป็นจุดเด่น

แต่ก็นั่นแหละเจ้าค่ะ... จะมีสักกี่คนกันที่จะยืนรอเวลาอยู่เงียบๆ ในบริเวณที่ผู้คนมักจะเดินผ่านไปอย่างอย่างรวดเร็วเช่นบนชานชาลากับหน้าปากซอย  พวกเขาคงจะสังเกตเห็นดิฉันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว  และคงได้โอกาสเข้ามาพูดด้วยเป็นครั้งแรกเมื่อวันนั้นนั่นเอง

 

แม้จะเป็นคำทักทายเพียงสั้นๆ  แต่มันก็ทำให้ดิฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้น  ว่าอย่างน้อยก็มีคนที่จำดิฉันได้ รู้ว่าดิฉันมายืนรอท่านแม่อยู่ที่นี่  และคงจะช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลให้ดิฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้บ้าง

 

 

 

เฮ้ออ   เปลี่ยนรูปแบบภาษามาเป็นแบบนี้ไม่ค่อยคุ้นเลยแฮะ  แต่ก็แปลกดีไปอีกแบบ

 

ป.ล. พูดถึงสาวรับใช้แล้วคิดถึง  วิลเฮลมินา คาร์เมล ในเรื่อง Shakugan no Shana แฮะ  แต่งชุดสาวรับใช้ด้วย...